![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() ภาพที่ 6.1-1 Program, Service , and Process Design |
สำนัก มีวิธีการออกแบบ จัดการ และปรับปรุงการจัดการศึกษา และบริการฯ รวมทั้งกระบวนการทำงานที่สำคัญ ตามภาพที่ 6.1-1 โดยกำหนดข้อมูลปัจจัยนำเข้าที่ชัดเจนเพื่อนำมาจัดทำข้อกำหนด ได้แก่ ความต้องการและความคาดหวัง ตามตารางที่ OP-9 นโยบายและทิศทางการพัฒนาของกระทรวง อว. วิสัยทัศน์
พันธกิจ ค่านิยม สมรรถณะหลัก ตามตารางที่ OP-2 กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ตามตารางที่ OP-7 บริบทเชิงกลยุทธ์ ตามตารางที่ OP-14 สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน P.2ก แล้วนำข้อมูลดังกล่าวมาออกแบบหลักสูตร บริการ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ มีการกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ดังนี้ ด้านการจัดการศึกษา คือ งานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ด้านบริการวิชาการ คือ งานบริการวิชาการ และ ด้านการบริหารจัดการ คือ งานบริหารทั่วไป โดยใช้เครื่องมือ SIPOC MODEL และดำเนินการตามแนวทาง 8 ขั้นตอน ดังนี้ 1) รวบรวมข้อมูลปัจจัยนำเข้า 2) จัดทำข้อกำหนดของหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการ 3) กำหนดตัววัดของหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญที่สอดคล้องกับข้อกำหนด 4) ออกแบบหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ 5) ถ่ายทอดและทำความเข้าใจไปยังผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ 6) ผู้ปฏิบัตินำไปปฏิบัติ/ดำเนินการจัดการศึกษา บริการฯ ตามกระบวนการทำงานที่สำคัญที่ออกแบบ 7) ติดตามและประเมินผลหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ และ 8) ทบทวนและปรับปรุงหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญตามตัววัด6.1ก. การออกแบบหลักสูตรและบริการฯ และกระบวนการ
6.1ก.(1) ข้อกำหนดของหลักสูตรและบริการฯ
สำนัก โดย ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและบริการ มีวิธีการจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของการจัดการศึกษา บริการวิชาการ และการบริหารจัดการ ตามภาพที่ 6.1-1 โดยเริ่มจากนำข้อมูลปัจจัยนำ ได้แก่ 1) ความต้องการและความคาดหวังของผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามตารางที่ OP-9 2) นโยบายและทิศทางการพัฒนาของกระทรวง อว. 3) วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม สมรรถณะหลักของสถาบัน ตามตารางที่ OP-2 4) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ตามตารางที่ OP-7 5) บริบทเชิงกลยุทธ์ ตามตารางที่ OP-12 และ 6) สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน ตามตารางที่ OP-11 มารวบรวมและวิเคราะห์ ในขั้นตอนที่ 1 หลักจากนั้นจึงจัดทำข้อกำหนด ในขั้นตอนที่ 2 โดยมีข้อกำหนดของหลักสูตรและบริการ ตามตารางที่ 6.1-1
ตารางที่ 6.1-1 ข้อกำหนดและตัววัดที่สำคัญของการจัดการศึกษา วิจัย และบริการ
หลักสูตร
และบริการฯข้อกำหนดที่สำคัญ
ตัววัดที่สำคัญ
การให้บริการ ด้านการศึกษา
(งานส่งเสริมวิชาการ และงานทะเบียน)- หลักสูตรมีคุณภาพมาตรฐาน ตามเกณฑ์อุดมศึกษา/สภาวิชาชีพ
- บัณฑิตสำเร็จการศึกษา มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีผลสัมฤทธิ์ ตามที่หลักสูตรกำหนด
- บัณฑิตมีทักษะความรู้ ที่ตอบสนองตลาดแรงงาน- ระบบหรือกลไกการขับเคลื่อนระบบคลังหน่วยกิต (7.1ก-1)
- ร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่มีงานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี (7.1ก-2)
- ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต (7.1ก-3)
- ร้อยละของนักศึกษาใหม่ที่เป็นไปตามรับ (7.1ข(1)-1)
- ร้อยละของหลักสูตรที่จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน (7.1ข(1)-2)
- ร้อยละนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลา (7.1ข(1)-3)
- จำนวนนักศึกษาใหม่ที่รายงานตัว (7.1ข(1)-4)
- อัตราการคงอยู่ของนักศึกษาในภาพรวม (7.1ข(1)-5)
- อัตราการสำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อนักศึกษาแรกเข้า (7.1ข(1)-6)
- ร้อยละหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาหรือปรับปรุงให้เป็นหลักสูตรที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ ตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตร (7.1ข(1)-7)
- ร้อยละหลักสูตรที่เสนอและได้รับการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจาก สป.อว. (7.1ข(1)-8)
- จำนวนหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (7.1ข(1)-9 ถึง 7.1ข(1)-11)การให้บริการวิชาการ และการจัดการเรียนรู้ ตลอดชีวิต
(งานบริการวิชาการ)- การบริการวิชาการที่ตอบสนอง ต่อความต้องการของชุมชน
- ชุมชมมีรายได้เพิ่มขึ้นที่เกิดจาก การรับบริการวิชาการ
- ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้- จำนวนชุมชนที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น (7.1ก-4)
- จำนวนแหล่งเรียนรู้ที่ได้รับการยอมรับในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ (7.1ก-5)
- จำนวนชุมชนต้นแบบที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เข้มแข็ง ยั่งยืน (7.1ก-6)
- ผลการจัดอันดับ SCD ด้านบริการวิชาการ (7.1ก-7)
- จำนวนโครงการบริการวิชาการและการพัฒนาท้องถิ่นที่บูรณาการกับการเรียนการสอน หรือการวิจัย ปีละไม่น้อยกว่า 40 ชุมชม (7.1ก-8)
- จำนวนข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการบริการวิชาการและการพัฒนาท้องถิ่น สะสมไม่น้อยกว่า 6 ข้อตกลงภายใน 5 ปี (7.1ก-9)
- จำนวนหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สะสม 10 หลักสูตร ภายใน 5 ปี (7.1ก-10)
- จำนวนองค์ความรู้หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น และสนองตอบความต้องการของท้องถิ่น ได้อย่างเป็นรูปธรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของหลักสูตรที่ให้บริการ (7.1ก-11)
- จำนวนผู้เข้าถึงคลังข้อมูลองค์ความรู้และนวัตกรรมท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (7.1ก-12)
- จำนวนระบบสารสนเทศด้านบริการวิชาการ (7.1ก-13)การบริหารจัดการ
(งานบริหารงานทั่วไป)- การให้บริหารจัดการและให้บริกา รด้วยระบบสารสนเทศที่ทันสมัย
- การได้รับบริการที่ดี ถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว
- การได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์- ร้อยละของนักศึกษาใหม่ที่เป็นไปตามแผนรับ (7.1ข(1)-1)
- ร้อยละของหลักสูตรที่จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน (7.1ข(1)-2)
- ร้อยละนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลา (7.1ข(1)-3)
- จำนวนนักศึกษาใหม่ที่รายงานตัว (7.1ข(1)-4)
- อัตราการคงอยู่ของนักศึกษาในภาพรวม (7.1ข(1)-5)
- อัตราการสำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อนักศึกษาแรกเข้า (7.1ข(1)-6)
- ร้อยละหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาหรือปรับปรุงให้เป้นหลักสูตรที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ ตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตร (7.1ข(1)-7)
- ร้อยละหลักสูตรที่เสนอและได้รับการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจาก สป.อว. (7.1ข(1)-8)
- จำนวนหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (7.1ข(1)-9)
- จำนวนระบบสารสนเทศที่สำนักให้บริการ (7.1ข(1)-10)
- ร้อยละความถูกต้องของเอกสารเบิกจ่าย (7.1ข(1)-11)6.1ก.(2) การออกแบบหลักสูตรและบริการฯ
สำนัก โดย ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและบริการ มีวิธีการออกแบบหลักสูตรและบริการ ตามภาพที่ 6.1-1
ในขั้นตอนที่ 4 หลังจากที่ได้ข้อกำหนดที่สำคัญของการจัดการศึกษา บริการวิชาการ และการบริหารจัดการแล้ว สำนักได้กำหนดตัวชี้วัดของหลักสูตรและบริการที่บ่งชี้ความสำเร็จตามข้อกำหนด ตามตารางที่ 6.1-1 เพื่อให้มันใจว่าสำนักมีการดำเนินการตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน โดยมีการดำเนินการ ดังนี้ 1) การออกแบบหลักสูตร หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาและหลักสูตรระยะสั้น ตามตารางที่ OP-1 ใช้แนวทางการออกแบบและบริหารจัดการหลักสูตรตามแนวทาง Outcome-Based Education (OBE) มุ่งเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (PDCA) เริ่มจากผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง (Learning Outcomes) ทั้งระดับหลักสูตร (PLOs) และระดับรายวิชา (CLOs) ใช้กรอบแนวคิดการจัดลำดับชั้นทักษะการเรียนรู้ (Bloom's Taxonomy) แล้วจึงออกแบบโครงสร้างหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้ และการวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับผลลัพธ์นั้นๆ และมีการปรับปรุงหลักสูตรทุก 5 ปี เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย พิจารณาอนุมัติหลักสูตร นอกเหนือจากนั้นยังนำเครื่องมือ SIPOC MODEL มาใช้ในการออกแบบกระบวนการดำเนินงาน ด้านการให้บริการด้านการศึกษา โดยมีกระบวนการย่อย 3 กระบวนการ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการพัฒนานักศึกษาและบัณฑิต ตามภาพที่ 6.1-2 มีการกำกับติดตามการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ประเมินผล และปรับปรุงกระบวนการด้านการจัดการศึกษาทุกปี 2) การออกแบบบริการ สำนักมีบริการที่สำคัญ 2 บริการ ได้แก่ การให้บริการวิชาการและการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการบริหารจัดการ ตามตารางที่ OP-1 โดยนำเครื่องมือ SIPOC MODEL มาใช้ในการออกแบบบริการที่สำคัญตามแนวทาง ภาพที่ 6.1-1 ด้านการให้บริการวิชาการและการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีกระบวนการย่อย 6 กระบวนการ ได้แก่ กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกชุมชนเป้าหมาย ระบุชุมชนเป้าหมายที่สำคัญ การสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการของชุมชน จัดทำแผนสนับสนุนชุมชน การดำเนินงาน กำกับติดตาม และประเมินผลแบบมีส่วนร่วม การถอดบทเรียนร่วมกัน ด้านการบริหารจัดการ มีกระบวนการย่อย 4 กระบวนการ ได้แก่ การวางแผนและวิเคราะห์ความต้องการ การพัฒนาระบบสารสนเทศ การให้บริการสารสนเทศ กระบวนการติดตามและประเมินผล และมีการกำกับติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงโดยผู้รับผิดชอบทุกปี โดยมีบริการที่สำคัญ ตามตารางที่ OP-1, ตารางที่ 6.1-1 และ ตารางที่ 6.1-2
6.1ก.(3) ข้อกำหนดของกระบวนการ
สำนัก โดย ผู้รับผิดชอบแต่ละกระบวนการ มีวิธีการจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการทำงานและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ตามแนวทาง ภาพที่ 6.1-1 ในขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 2 โดยเริ่มจากนำข้อมูลปัจจัยนำ ได้แก่ 1) ความต้องการและความคาดหวังของผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามตารางที่ OP-9 2) นโยบายและทิศทางการพัฒนาของกระทรวง อว. 3) วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม สมรรถณะหลักของสถาบัน ตามตารางที่ OP-2 4) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ตามตารางที่ OP-7 5) บริบทเชิงกลยุทธ์ ตามตารางที่ OP-12 และ 6) สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน ตามตารางที่ OP-11 หลังจากนั้นนำข้อมูลปัจจัยนำเขาดังกล่าวมารวบรวมและวิเคราะห์ ตามขั้นตอนที่ 1 และจัดทำข้อกำหนด ในขั้นตอนที่ 2 โดยมีข้อกำหนดของกระบวนการทำงานที่สำคัญและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ตามตารางที่ 6.1-2
6.1ก.(4) การออกแบบกระบวนการ
หลังจากได้ข้อกำหนดของกระบวนการทำงานและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญแล้ว สำนัก โดยผู้รับผิดชอบของแต่ละกระบวนการ ตามตารางที่ 6.1-2 ได้นำข้อกำหนดมาจัดทำตัวชี้วัดเพื่อให้มั่นใจว่าสำนักมีการดำเนินการตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน แล้วจึงออกแบบกระบวนการทำงานและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ตามแนวทาง ภาพที่ 6.1-1 ในขั้นตอนที่ 4 โดยใช้เครื่องมือ SIPOC Model มีกระบวนการทำงานและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ จำแนกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) กระบวนการทำงานที่สำคัญ (Key Work Process) มี 4 กระบวนการหลัก ได้แก่ KP1-กระบวนการจัดการศึกษา KP2-กระบวนการบริการวิชาการ และ KP3-กระบวนการบริหารจัดการ 2) กระบวนการบริหารที่สำคัญ (Key Management Process) มี 3 กระบวนการหลัก ได้แก่ MP1-กระบวนการนำองค์กร MP2-กระบวนการกำกับดูแลองค์กร และ MP3-กระบวนการจัดทำกลยุทธ์ และ 3) กระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ (Key Support Process) มี 5 กระบวนการหลัก ได้แก่ SP1-กระบวนบริหารบุคคล SP2-กระบวนการเงิน SP3-กระบวนพัสดุ SP4-กระบวนการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และ SP5-กระบวนการบริหารความต่อเนื่อง ตามภาพที่ 6.1-3 ทั้งนี้ในแต่ละกระบวนการหลักจะมีกระบวนการย่อย (Subprocess) เช่น KP1-การให้บริการด้านการศึกษา จะมีกระบวนการย่อย 2 กระบวนการ ได้แก่ KP1.1 กระบวนการพัฒนาหลักสูตร KP1.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ และ KP1.3 การพัฒนานักศึกษาและบัณฑิต ตามตัวอย่างภาพที่ 6.1-2 มีการกำกับติดตามการดำเนินงานตามตัวชี้วัดปีละ 2 ครั้ง โดยคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานโดยผู้รับผิดชอบทุกปี โดยมีกระบวนการทำงานและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ตามตารางที่ 6.1-2
ภาพที่ 6.1-2 การจัดทำข้อกำหนดและออกแบบหลักสูตร บริการ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ โดยใช้ SIPOC MODEL (KP1 การให้บริการด้านการศึกษา)
ภาพที่ 6.1-3 การจัดทำข้อกำหนดและออกแบบหลักสูตร บริการ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ โดยใช้ SIPOC MODEL (KP2 การให้บริการวิชาการและการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต)
ภาพที่ 6.1-4 ระบบงานและกระบวนการทำงานที่สำคัญตารางที่ 6.1-2 ข้อกำหนดและตัววัดที่สำคัญของกระบวนการทำงานที่สำคัญและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ
กระบวนการ
ข้อกำหนดที่สำคัญ
ตัววัดที่สำคัญ
ผลลัพธ์
กระบวน
การ
ทำงานที่
สำคัญ
(Key
Work
Process)KP1 การให้บริการ ด้านการศึกษา (งานส่งเสริมวิชาการ และงานทะเบียน)
KP1.1 พัฒนาหลักสูตร
หลักสูตรมีคุณภาพมาตรฐาน ตามเกณฑ์อุดมศึกษา/สภาวิชาชีพ
- ร้อยละหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนา หรือปรับปรุงให้เป้นหลักสูตรที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ ตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตร
- ร้อยละหลักสูตรที่เสนอและ ได้รับการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจาก สป.อว.
- ร้อยละของจำนวนหลักสูตรที่ ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ
- จำนวนหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต7.1ข(1)-7
7.1ข(1)-8
7.4ก(3)-1
7.1ข(1)-9KP1.2 การจัดการเรียนรู้
ข้อกำหนดการรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
- ร้อยละของนักศึกษาใหม่ที่เป็นไปตามแผนรับ
- ร้อยละนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลา
- จำนวนนักศึกษาใหม่ที่รายงานตัว
- อัตราการคงอยู่ของนักศึกษาในภาพรวม
- อัตราการสำเร็จการศึกษา ภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อนักศึกษาแรกเข้า7.1ข(1)-1
7.1ข(1)-3
7.1ข(1)-4
7.1ข(1)-5
7.1ข(1)-6KP1.3 การพัฒนานักศึกษา และบัณฑิต
การจัดการเรียนการสอน ที่มีคุณภาพ
- ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจ ของผู้ใช้บริการต่อระบบสารสนเทศของสำนัก
- ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีต่อการให้บริการงานของสำนัก
- ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการใช้บริการของ นักศึกษาระดับ ป.ตรี
- ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษา นักศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษา7.2ก(1)-1
7.2ก(1)-2
7.2ก(1)-7
7.2ก(1)-8KP2 การให้บริการวิชาการ และการจัดการเรียนรู้ ตลอดชีวิต (งานบริการวิชาการ, งานจัดการเรียนรู้ ตลอดชีวิต)
KP2.1 กำหนดหลักเกณฑ์ การคัดเลือกชุมชนเป้าหมาย
พื้นที่ตามนโยบายของ สถาบัน
- จำนวนแหล่งเรียนรู้ที่ได้รับการยอมรับ ในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ
- จำนวนชุมชนต้นแบบที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เข้มแข็ง ยั่งยืน7.1ก-5
7.1ก-6KP2.2 ระบุชุมชนเป้าหมายที่สำคัญ
ประเด็นปัญหา และความต้องการของคนในพื้นที่
- จำนวนโครงการบริการวิชาการ และการพัฒนาท้องถิ่น ที่บูรณาการกับการเรียนการสอน หรือการวิจัย ปีละไม่น้อยกว่า 40 ชุมชน
7.1ก-8
KP2.3 การสำรวจและวิเคราะห์ ความต้องการของชุมชน
- ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
- บริการวิชาการที่ตรงตาม ความต้องการของชุมชน- จำนวนชุมชนที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
- จำนวนองค์ความรู้หรือนวัตกรรม ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น และสนองตอบความต้องการของท้องถิ่น ได้อย่างเป็นรูปธรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของหลักสูตรที่ให้บริการ7.1ก-4
7.1ก-11KP2.4 จัดทำแผนสนับสนุน ชุมชน
ชุมชนมีความพึงพอใจ ต่อการให้บริการวิชาการ
- จำนวนโครงการบริการวิชาการ และการพัฒนาท้องถิ่น ที่บูรณาการกับการเรียนการสอนหรือการวิจัย ปีละไม่น้อยกว่า 40 ชุมชน
- จำนวนข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการบริการวิชาการและการพัฒนาท้องถิ่น สะสมไม่น้อยกว่า 6 ข้อตกลงภายใน 5 ปี7.1ก-8
7.1ก-9
KP2.5 การดำเนินงาน กำกับติดตาม และประเมินผล แบบมีส่วนร่วม
ได้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการ ของชุมชน
- ผลการจัดอันดับ SCD ด้านบริการวิชาการ
- จำนวนหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สะสม 10 หลักสูตร ภายใน 5 ปี
- จำนวนองค์ความรู้ หรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น และสนองตอบความต้องการของท้องถิ่น ได้อย่างเป็นรูปธรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของหลักสูตรที่ให้บริการ
- จำนวนระบบสารสนเทศด้านบริการวิชาการ7.1ก-7
7.1ก-10
7.1ก-117.1ก-13
KP2.6 การถอดบทเรียนร่วมกัน
- ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
- การนำองค์ความรู้ ไปใช้ประโยชน์- ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ ด้านการบริการวิชาการ
- จำนวนผู้เข้าถึงคลังข้อมูลองค์ความรู้ และนวัตกรรมท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต7.2ก(1)-6
7.1ก-12KP3 การบริหารจัดการ (งานบริหารทั่วไป)
KP3.1 การวางแผน และวิเคราะห์ ความต้องการ
งบประมาณที่ได้รับ
- ร้อยละรายรับจากงบประมาณรายได้
7 .5ก(1)-1
KP3.2 การพัฒนาระบบสารสนเทศ
ความพร้อมด้านทรัพยากร ของสำนัก
- จำนวนระบบสารสนเทศที่สำนักให้บริการ
7.1ข(1)-10
KP3.3 การให้บริการสารสนเทศ
ตอบสนองความต้องการ ของผู้ใช้บริการ
- จำนวนระบบสารสนเทศที่สำนักให้บริการ
- ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจ ของผู้ใช้บริการต่อระบบสารสนเทศของสำนัก7.1ข(1)-10
7.2ก(1)-1KP3.4 กระบวนการติดตาม และประเมินผล
ประสิทธิภาพการให้บริการ ของระบบสารสนเทศ
- ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจผู้ใช้งานระบบสารสนเทศ
- ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีต่อการให้บริการงานของสำนัก7.1ข(2)-2
7.2ก(1)-2
กระบวนการ
ข้อกำหนดที่สำคัญ
ตัววัดที่สำคัญ
ผลลัพธ์
กระบวน
การสนับสนุน
ที่สำคัญ
(Key
Support
Process)SP1 บริหารบุคคล (งานบริหารทั่วไป)
- บุคลากรมีสมรรถณะในการปฏิบัติงาน
- สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน
- สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม
- บุคลากรมีความผูกพันต่อองค์กร- ร้อยละของบุคลากรสายสนับสนุนที่มีตำแหน่งที่สูงขึ้น
- ระดับความสุขในการทำงานของบุคลากรสำนัก
- อัตราการลาออกของบุคลากร
- ค่าเฉลี่ยความผูกพัน
- ร้อยละบุคลากรที่ได้รับการอบรม หรือพัฒนาศักยภาพ7.3ก(1)-1
7.3ก(2)-1
7.3ก(3)-1
7.3ก(3)-2
7.3ก(4)-1SP2 บริหารการเงิน (งานบริหารทั่วไป)
- การรับ จ่ายเงิน ถูกต้องมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย
- รายงานทางการเงินที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา- ร้อยละรายรับจากงบประมาณรายได้
- ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยภาพรวมของสถาบัน
- ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน
- ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณรายได้7 .5ก(1)-1
7 .5ก(1)-2
7 .5ก(1)-3
7 .5ก(1)-4SP3 บริหารพัสดุ (งานบริหารทั่วไป)
- การส่งมอบพัสดุที่ตรงตามสัญญา
- การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ หนังสือเวียน แนวปฏิบัติ และประกาศ- ร้อยละความถูกต้องของเอกสารเบิกจ่าย
7.1ข(1)-11
SP4 บริหารข้อมูล เทคโนโลยีสารสนเทศ (งานบริหารทั่วไป)
- ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และพร้อมใช้
- ระบบสารสนเทศมีความปลอดภัยทางไซเบอร์- จำนวนระบบสารสนเทศที่สำนักให้บริการ
- จำนวนครั้งการสำรองข้อมูลสารสนเทศ
- ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจผู้ใช้งานระบบสารสนเทศ7.1ข(1)-10
7.1ข(2)-1
7.1ข(2)-2SP5 บริหารความต่อเนื่อง (งานบริหารทั่วไป)
ดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
- ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ต่อระบบสารสนเทศของสำนัก
- ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีต่อการให้บริการงานของสำนัก7.2ก(1)-1
7.2ก(1)-2กระบวนการ
บริหารที่สำคัญ
(Key
Management
Process)MP1 นำองค์กร (งานบริหารทั่วไป)
- วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และนโยบายที่ชัดเจน
- แผนยุทธศาสตร์ที่สามารถนำไปพัฒนาองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม
- การบริหารจัดการตามหลักธรรมมาภิบาล- ร้อยละของบุคลากรที่รับรู้และ ความเข้าใจต่อทิศทางการนำองค์กร
7.4ก(1)-1
MP2 กำกับดูแลองค์กร (งานบริหารทั่วไป)
เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงาน ตามภารกิจอย่างโปร่งใส
- ค่าเฉลี่ยผลการประเมินของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ
และประเมินผลงาน ของสำนัก
- คะแนนประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับสำนัก (EdPEx)
- ร้อยละของความเสี่ยงที่ลดลง7.4ก(2)-1
7.4ก(2)-27.4ก(2)-3
MP3 จัดทำกลยุทธ์ (งานบริหารทั่วไป)
- แผนยุทธ์ศาสตร์ที่มีทิศทาง ในการดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมาย
- แผนปฏิบัติการที่สนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์- ร้อยละการบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด ตามแผนยุทธศาสตร์
- ร้อยละการเบิกจ่ายงบประมาณ ตามแผนปฏิบัติการประจำปี7.5ข-1
7.5ข-2
6.1ข. การจัดการและการปรับปรุงกระบวนการ
6.1ข.(1) การนำกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ
ผู้รับผิดชอบแต่ละกระบวนการที่ระบุไว้ ตามตารางที่ 6.1-1 และ ตามตารางที่ 6.1-2 มีวิธีการนำกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินการตามกระบวนการใน ขั้นตอนที่ 5 ถึง ขั้นตอนที่ 8 ตามภาพที่ 6.1-1 หลังจากที่ได้กระบวนการทำงานที่สำคัญและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ตามภาพที่ 6.1-3 ผู้นำระดับสูงที่กำกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละกระบวนการ ได้ถ่ายทอดและทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงาน โดยสื่อสารตามลำดับชั้นการบริหาร ตามขั้นตอนที่ 5 มีการกำหนดตัววัดของหลักสูตรและบริการที่สำคัญที่สะท้อนความสำเร็จตามข้อกำหนด ซึ่งเน้นตัววัด Output KPI และตัววัด Outcome KPI หรือ Lagging Indicators ตามตารางที่ 6.1-1 และตัววัดของกระบวนการทำงานและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ซึ่งเน้นตัววัด Process KPI หรือ Leading Indicators และ Lagging Indicators ตามตารางที่ 6.1-2 มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้ในการติดตามและประเมินผลหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการ ตามขั้นตอนที่ 7 ซึ่งกระบวนการติดตามและประเมินผลหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ โดยมีระบบติดตามหลากหลายช่องทาง เช่น ระบบส่งผลการเรียน (สำหรับอาจารย์) ระบบรายงานผลการเรียน (สำหรับนักศึกษา) ระบบบริหารจัดการงานบริการวิชาการ การรายงาน การประชุม หลังจากนั้นนำไปสู่ ขั้นตอนที่ 8 เพื่อทบทวนและปรับปรุงหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ โดยมีกลไกการปรับปรุงอยู่ 2 ระดับ คือ 1) รายงานผลการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะ จากผู้เรียน และผู้รับบริการ ไปยังผู้นำระดับสูง และ คณะทำงาน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการประจำสำนัก คณะกรรมการบริหารสำนัก เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานและให้ข้อเสนอแนะ เป็นแนวทางการปรับปรุงเชิงนโยบาย 2) รายงานผลการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะ ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อปรับปรุงการกระบวนการและการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อกำหนด มีการกำหนดความถี่ในการกำกับติดตามเป็นรายครั้ง รายวัน รายเดือน รายไตรมาส รายปี ที่เหมาะสมตามบริบทงาน ตามตารางที่ 6.1-3
ตารางที่ 6.1-3 กระบวนการกำกับ ติดตาม ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินงาน
ระดับการปรับปรุง
การกำกับ ติดตาม
การทบทวน
การปรับปรุง
ผู้รับผิดชอบ
แผนกลยุทธ์
1 ปี/ครั้ง
1 ปี/ครั้ง
5 ปี/ครั้ง
งานบริหารทั่วไป
แผนปฏิบัติการ
3 เดือน/ครั้ง
3 เดือน/ครั้ง
1 ปี/ครั้ง
งานบริหารทั่วไป
การเงิน (การเบิกจ่าย)
1 เดือน/ครั้ง
3 เดือน/ครั้ง
3 เดือน/ครั้ง
งานบริหารทั่วไป
กระบวนการทำงาน
1 เดือน/ครั้ง
3 เดือน/ครั้ง
3 เดือน/ครั้ง
หน่วยงาน/ฝ่ายงาน
โครงการ
1 เดือน/ครั้ง
หลังสิ้นสุดโครงการ
ปรับปรุงในปีถัดไป
ผู้รับผิดชอบโครงการ
6.1ข.(2) การปรับปรุงกระบวนการ
ภาพที่ 6.1-5 กระบวนการปรับปรุงสำนัก มีวิธีการปรับปรุงกระบวนการทำงานที่สำคัญและกระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ ตามภาพที่ 6.1-1 ในขั้นตอนที่ 8 และ ใช้ FAIS Model ตามภาพที่ 6.1-4 ในการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) Find หาโอกาสในการพัฒนา ข้อผิดพลาดของการปฏิบัติงาน เสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกระบวนการ ข้อร้องเรียน และข้อเสนอแนะ นำมาวิเคราะห์จัดอันดับความสำคัญ 2) Analyze วิเคราะห์แนวทางในการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ และจัดทำแผนการปรับปรุง 3) Improve ปรับปรุงกระบวนการตามแผน และกำกับ ติดตามประเมินผล และ 4) Share มีการนำผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามภาพที่ 4.2-2 นอกเหนือจากนั้น สำนัก ยังนำเครื่องมือบริหารที่สำคัญมาใช้ในการปรับปรุงหลักสูตร บริการฯ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ ตาม P.2ค. เช่น ระดับสำนัก ใช้ EdPEx , COSO และระดับปฏิบัติการใช้ PDCA, SIPOC Model ดังตัวอย่างการปรับปรุงหลักสูตรและบริการฯ ตามตารางที่ 6.1-4
ตารางที่ 6.1-4 ตัวอย่างการปรับปรุงหลักสูตรและบริการฯ
กระบวนการ
ตัวอย่างการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการ
ผู้รับผิดชอบ
การให้บริการด้านการศึกษา
กระบวนการรับสมัครนักศึกษา ไม่ถึงร้อยละ 80 มีการปรับปรุงกระบวนการประชาสัมพันธ์ และประเมินผลการรับสมัครและรายงานตัว
นักศึกษาใหม่ นักศึกษาคงอยู่ นักศึกษาจบ
ความเสี่ยงรองผู้อำนวยการงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
การให้บริการวิชาการและการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ระบบสารสนเทศบริการวิชาการ
รองผู้อำนวยการงานบริการวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การบริหารจัดการ
ความเสี่ยง ความต่อเนื่อง
รองผู้อำนวยการงานบริหารทั่วไป
6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน
6.2ก. ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติการ
ผู้นำระดับสูง มีวิธีการจัดการต้นทุน ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1) จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีที่มีประสิทธิภาพ มีการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเป้า เน้นผลสัมฤทธิ์ เจาะจงกิจกรรมโครงการที่สำคัญ และจำเป็นต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ และเป้าประสงค์ขององค์กร (7.5ข-1 ถึง 7.5ข-2) 2) จัดทำแผนกลยุทธ์ทางการเงินที่สอดคล้องแผนยุทธศาสตร์ เพื่อจัดการทรัพยากรทางการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ช่วยให้ผู้นำระดับสูงมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน สนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุน การจัดหาเงินทุน หรือการปรับโครงสร้างต้นทุน การจัดสรรทรัพยากรทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน และการควบคุมค่าใช้จ่าย 3) กำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณและผลการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการกำกับติดตามแบบ รายเดือน มีการรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสำนัก รายไตรมาสและรายปี รายงานต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย เพื่อควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน (7.5ก(1)-1 ถึง 7.5ก(1)-4) 4) วิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย สำนัก จัดส่งข้อมูลให้ งานนโยบายและแผน เพื่อทำการวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรม (Activity-Based Costing : ABC) หรือการปันส่วนต้นทุนตามหน่วยงานเพื่อคำนวณความคุ้มค่าของนักศึกษาต่อหลักสูตร เพื่อช่วยให้สถาบันจัดสรรงบประมาณลงไปยังหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมตามภาระงานและต้นทุนจริง ใช้เป็นข้อมูลตัดสินใจความคุ้มทุนของค่าเทอมที่เก็บอยู่ เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างหลักสูตร 5) ลดความสูญเสียและใช้ทรัพยากรร่วมกัน บูรณาการการทำงานกิจกรรมโครงการกับหน่วยงานทั้งภายในภายนอกเพื่อลดต้นทุน และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ การใช้ห้องประชุมของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย การประชุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ระบบเอกสารเป็น E-document (7.1ข(1)-10) 6) วิเคราะห์กระบวนการทำงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนและความสูญเปล่า โดยนำเครื่องมือ LEAN มาใช้ลดเวลาการให้บริการ ลดการใช้กระดาษวัสดุสำนักงานและลดต้นทุนค่าเสียเวลาของบุคลากร ลดความผิดพลาดของข้อมูล (7.2ก(1)-1 ถึง 7.2ก(1)-2) 7) นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรในองค์กร อาทิ ระบบการจัดการเอกสารระบบ E-document, ระบบทะเบียนนักศึกษาและบริหารจัดการเรียนการสอน, ระบบส่งผลการเรียน (สำหรับอาจารย์) ระบบรายงานผลการเรียน (สำหรับนักศึกษา), ระบบบริหารจัดการงานบริการวิชาการ มาใช้ในการให้บริการของสำนัก เพิ่มความคล่องตัว รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ประหยัดต้นทุนและเวลา เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้ค้าและผู้รับบริการ (7.2ก(1)-1 ถึง 7.2ก(1)-8)6.2ข. การจัดการเครือข่ายอุปทาน
ผู้นำระดับสูง มีวิธีการในการจัดการเครือข่ายอุปทาน ตามตาราง OP-11 เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของการปฏิบัติการ ยกระดับผลการดำเนินการ สนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพิ่มความพึงพอใจ และส่งมอบคุณค่าแก่ผู้เรียนและผู้รับบริการ โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกผู้ส่งมอบและคู่ความร่วมมือ ดังนี้ 1) ความพร้อมในการทำงานร่วมกัน 2) มีสมรรถณะ ศักยภาพ และคุณสมบัติที่สอดคล้อง 3) มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จากนั้นมีการสื่อสาร ตามตารางที่ 1.1-2 การสื่อสารของผู้นำระดับสูงมีการดำเนินการ ประเมินผล และทบทวน กรณีมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าข้อกำหนด หรือส่งผลต่อผู้เรียนและผู้รับบริการ ผู้รับผิดชอบ ตามตารางที่ 6.1-1, ตามตารางที่ 6.1-2 จะแจ้งผลกระทบและจัดการปรับปรุง หรือระงับการร่วมมือ ตามตารางที่ 6.2-1
ตารางที่ 6.2-1 การจัดการเครือข่ายอุปทาน
กระบวน
การผู้ส่งมอบ/
คู่ความร่วมมือเกณฑ์คัดเลือก
การดำเนินการ/การจัดทำข้อตกลง
การประเมิน
ข้อมูล
ป้อนกลับพัสดุ
บริษัท ห้างร้านตัวแทนจำหน่ายวัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ สนับสนุนตามพันธกิจ
- สินค้าบริการ ที่ตรงตามความต้องการ
- ราคาเหมาะสม
- คุณภาพสินค้า และบริการหลังการขาย- จัดหาและส่งมอบวัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกิจ
- ตรงตามระเบียบพัสดุ
- มีข้อตกลงร่วมกัน
- จัดประชุมร่วมกันประเมินคุณภาพวัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ และการส่งมอบตรงเวลา
ตรวจรับวัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์
6.2ค. ความปลอดภัย ความต่อเนื่องของธุรกิจ ความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและการบริหารความเสี่ยง
6.2ค.(1) ความปลอดภัย
ภาพที่ 6.2-1 BCP Life Cycleสำนัก มีระบบความปลอดภัย ตามภาพที่ 6.2-1 โดยใช้เครื่องมือ BCP (Business Continuity Plan) เป็นผู้รับผิดชอบในรูปแบบคณะกรรมการบริหารสำนัก ได้วิเคราะห์ประเด็นหลักที่ต้องควบคุมความปลอดภัยด้านสาธารณูปโภค ตามตารางที่ 6.2-2
ตารางที่ 6.2-2 การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ประเด็นหลัก
การบริหารจัดการ
ตัวชี้วัด
ด้านสาธารณูปโภค
ผู้รับผิดชอบ : คณะกรรมการบริหารสำนัก1) ตรวจสอบความพร้อมใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต
2) แจ้งซ่อมแซม/จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ชำรุด หรือได้รับความเสียหายความเสียหาย7.1ข(2)-1
7.1ข(2)-2
7.1ข(2)-3
6 .2ค.(2) ความต่อเนื่องของธุรกิจและความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
สำนัก มีกระบวนการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจโดยใช้เครื่องมือ BCP (Business Continuity Plan) ตามภาพที่ 6.2-1 โดยมี คณะกรรมการบริหารสำนัก เป็นผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ร่วมวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ด้านสาธารณูปโภค โดยมีการดำเนินงานตามแนวทางบริหารความต่อเนื่อง 5 ขั้นตอน ดังนี้ Identify ระบุสิ่งสำคัญและความเสี่ยง Analyze วิเคราะห์ความเสี่ยงและผลกระทบ Design ออกแบบแผน BCP Execute ดำเนินการและฝึกอบรม Measure วัดผลและปรับปรุง โดยมีแนวทางการเตรียมความพร้อม และฟื้นฟู ตามตารางที่ 6.2-3
ตารางที่ 6.2-3 การเตรียมความพร้อม และฟื้นฟู ด้านความต่อเนื่องของธุรกิจและความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ประเด็นหลัก
ประเด็นย่อย
การเตรียมความพร้อม
การฟื้นฟู
ตัวชี้วัด (ผลลัพธ์)
สาธารณูปโภค
ไฟดับ
ผู้รับผิดชอบ : คณะกรรมการ บริหารสำนักประสานงานกับฝ่ายอาคาร มหาวิทยาลัย, ตรวจสอบความพร้อมใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้า
- ตรวจสอบ, แจ้งซ่อมแซม, จัดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด ความเสียหาย
- งานจัดตารางเรียน/ตารางสอน/ตารางสอบ ดำเนินการในเครื่อง Notbook แล้วนำเข้า Server
- รับสมัครนักศึกษาด้วยเอกสารที่เป็นกระดาษ แล้วลงระบบรับสมัครเมื่อไฟฟ้าใช้งานได้
- ระบบออกเอกสารทางการศึกษา ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปจัดทำในช่วงที่ไฟดับ7.1ข(2)-3
6.2ค.(3) การบริหารความเสี่ยง
ภาพที่ 6.2-2 SSKRU Risk Managementสำนัก มีกระบวนการบริหารความเสี่ยง ตามภาพที่ 6.2-2 และดำเนินการตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน ได้แก่ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 79 หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ว่าด้วย มาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2562 หลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ว่าด้วย มาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรฐาน COSO และนโยบายในการบริหารความเสี่ยงของสำนัก คือ 1) มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์และนโยบาย รวมทั้งชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสำนัก 2) จัดการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ให้ผู้นำระดับสูงและบุคลากรมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารความเสี่ยง 3) ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานภายในสำนัก ได้รับรู้และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น 4) ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกสำนักอย่างต่อเนื่อง และ 5) ส่งเสริมให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่นําไปสู่การสร้างสรรค์มูลค่าให้แก่มหาวิทยาลัย
มี คณะกรรมการบริหารสำนัก เป็นผู้รับผิดชอบ มีการจัดทำคู่มือการบริหารความเสี่ยง โดยมีแนวทางในการดำเนินการ 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ระบุวัตถุประสงค์ สำนัก กำหนดวัตถุประสงค์ในการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ เพื่อวางเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงขององค์รได้อย่างชัดเจนและเหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ได้แก่ (1) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจโดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงและความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่น่าจะมีผลกระทบกับวัตถุประสงค์การดำเนินงานและเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ แล้วพิจารณาหาแนวทางในการป้องกัน และจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้น ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงานหรือดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ (2) เพื่อให้สำนักลดมูลเหตุของโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย และลดขนาดของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ควบคุมได้ และตรวจสอบได้ (3) เพื่อให้สำนักมีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายภารกิจหลักตามกฎหมาย เป้าประสงค์ และเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2) ระบุความเสี่ยง การระบุเหตุการณ์ความเสี่ยงเป็นการค้นหาว่ามีเหตุการณ์ความเสี่ยงใดบ้างที่อาจเกิดขึ้นแล้วมีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของหน่วยงานและเป้าหมายขององค์กร โดยผู้นำระดับสูงและผู้ปฏิบัติงานร่วมกันระบุความเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงขององค์กร โดยพิจารณาจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกองค์กร และให้ครอบคลุมในทุกประเภทของความเสี่ยง โดยการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารสำนัก ระดมสมอง ใช้ข้อมูลในอดีต ใช้รายการตรวจสอบ วิเคราะห์จากระบบงาน วิเคราะห์จากสถานการณ์ ทั้งนี้ สำนัก ได้มีการจำแนกประเภทความเสี่ยงออกเป็น 11 ด้าน ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ ด้านการดำเนินงาน ด้านการเงิน ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย/กฎระเบียบ ด้านภาพลักษณ์องค์กร ด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัย ด้านบุคลากร และด้านทุจริต 3) วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง สำนัก วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อพิจารณาจัดลำดับความสำคัญโดยประเมินจาก โอกาสที่จะเกิด (Likelihood) หมายถึง ความถี่ของการเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อย เพียงใด จำแนกออกได้เป็น 5 ระดับ และ ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ความรุนแรงของเหตุการณ์ความเสี่ยงที่หากเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบ/ความเสียหาย ซึ่งผลกระทบนั้นสามารถพิจารณาได้ทั้งในเชิงปริมาณ 5 ระดับ 4) จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง สำนัก จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง โดยนำประเด็นความเสี่ยงมากำหนดมาตรการควบคุม ระยะเวลาดำเนินการ กำหนดผู้รับผิดชอบ และเสนอคณะกรรมการบริหารสำนัก พิจารณาให้ความเห็นชอบ 5) กำกับติดตาม มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยง และจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมบริหารมหาวิทยาลัย พิจารณา 6 เดือนครั้ง 6) สอบทานผลการดำเนินงาน มีการบูรณาการกระบวนการบริหารความเสี่ยงกับการกระบวนการควบคุมภายใน และกระบวนการตรวจสอบภายใจ เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ คณะกรรมการบริหารสำนัก จัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยงตามแบบฟอร์ม Risk5 และรายงานผลการควบคุมภายในตามแบบฟอร์ม ปค.1 และ ปค.5 เสนอต่อคณะกรรมการควบคุมภายในเพื่อตรวจทานผลการดำเนินงาน (7.4ก(2)-3)